Google


ข่าวร้อน 24 ชม. ZEED LADY คลิปวีดีโอ หนังใหม่ ตรวจหวย   ภัยพิบัติ สายตาประชาชน ดูดวง ผลบอล

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน








รับมือ ภัยพิบัติ
ติดตามแม่น้ำเจ้าพระยา ออนไลน์ผ่าน CCTV
ที่ตั้งและระดับน้ำ ออนไลน์ทุกเขื่อนทั่วไทย
เกาะติดแผ่นดินยุบตัว ทั่วไทย
เตรียมรับมือกับภาวะโลกร้อน
มาตราการป้องกัยภัยจากคลื่นสึนามิ
เผยอีก 50-200 ล้านปี เกือบทั่วโลกจะรวมเป็นทวีปเดียวกัน
NASAระบุ อ.สุมิตรยัน ท่วมหนักแน่ 2012 จะสิ้นโลกหรือไม่ยังไม่รู้
เฝ้าระวัง!!! การเกิดแผ่นดินไหว นับวันยิ่งถี่และทวีความรุนแรงขึ้น
สกู๊ปพิเศษ/Special Scoop
ซานตาคลอสคือใคร?
ความหมายของวันคริสต์มาส
ครบรอบ 6 ปี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ประวัติศาสตร์ในครัวเรือน 6 แบรนด์สินค้าเก่าอยู่คู่ครัวไทย
"0-2-1"รหัสไทย จบโอลิมปิกไม่หรู
นักดาวน์โหลดเพลง ทำลายธุรกิจเพลงจริงหรือ
ญี่ปุ่น กับความฝันที่เคยเพ้อเจ้อ!
ทำไมต้องยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี



นต์เส่นห์ เขาใหญ่
 
30 แห่งบรรยากาศสบายๆ
 
บานสะพลั่งรับลมหนาว 4 ชุมชนดอยอินทนนท์
พิพิธภัณฑ์ 3D พัทยา ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่
เที่ยงตามเกาะ จ.ภูเก็ต ทะเลอ่าวไทย




เปิดเมื่อ4/12/2011
อัพเดท19/05/2013
ผู้เข้าชม14912311
แสดงหน้า24300698

เกาะเวทีคอนเสิร์ต "แร็พเตอร์ 2012"

แบ่งปันให้เพื่อน อ่าน 3737 | ตอบ 0

'ผมไม่เคยลืมว่า ผมเกิดจากที่ไหน'

 

คำพูดคมๆของเจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ศิลปินชื่อดังอดีตลูกหม้อของค่ายเพลงป๊อปๆอย่าง 'อาร์เอส' พูดขึ้นในขณะแสดงคอนเสิร์ต 'แร็พเตอร์ 2012  อังกอร์  คอนเสิร์ต'(RAPTOR  2012  encore  concert) จัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 21 เมษายน 2555

 

 

คำพูดของเจมส์ ชวนให้นึกถึงต้นสังกัดที่ปั้นเขาขึ้นมา นั่นคือ 'อาร์เอส' หรือ 'บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)' ที่ในวันนี้ คือบริษัทที่นำเสนอคอนเท้นต์บันเทิงที่แสนหลากหลาย ตั้งแต่งานเพลง โทรทัศน์ วิทยุ ภาพยนตร์ สื่อสิ่งพิมพ์ ดิจิตอลคอนเทนต์ และศิลปิน ดารา นักร้อง ที่แม้แต่ลิขสิทธิ์ของลาลีก้า ฟุตบอลลีกของสเปนที่ผู้คนชมกันทั่วโลก 'อาร์เอส' ก็ยังได้สิทธิ์ดูแลการถ่ายทอดสดในเมืองไทยเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป

 

นั่นเป็นเรื่องของวันนี้ แต่ย้อนไปเมื่อ ราว 10 กว่าปีที่แล้ว ราวๆทศวรรษที่ 90 หากนับศักราชตามแบบฝรั่ง หน้าตาของ 'อาร์เอส' ในวันวานที่ยังมีโรงงานผลิตเทปคาสเซ็ทและซีดีกันอยู่ นี่คือ ค่ายเพลงวัยรุ่นยักษ์ใหญ่ ที่ผลิตศิลปินที่เป็นไอดอลของคนวัยหวานในยุคนั้นมากมายหลายเบอร์ ชนิดที่คนที่โตมากับยุคนั้นแทบจะนึกได้ทันทีแบบไม่ต้องสูญเสียรอยหยักในสมอง เลย แต่ปัจจุบันนี้ เทปคาสเซ็ต(หรือถ้ารวยหน่อยก็เป็นซีดี) ของศิลปินอย่าง ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, เต๋า สมชาย, บอยสเก๊าท์, นุ๊ก สุทธิดา, ลิฟท์-ออย, เจมส์ เรืองศักดิ์, ปุ๊กกี้, โดม, เจอาร์-วอย, ราฟฟี่-แนนซี่, โมเม, ไจแอนท์, บาซู (โจอี้-เด็บบี้-กำปั้น), อนัน อันวา, แร็พเตอร์ และอีกมากมาย กลายเป็นความทรงจำสีจางๆ ของกลุ่มคนกลุ่มอายุหนึ่งไปแล้ว

 

แม้ว่าในยุคนั้น ศิลปินลูกหม้อของ 'อาร์เอส' จะฮิตติดลมบนในระดับยอดขายเทป 'ล้านแล้วจ้า' กันเป็นว่าเล่น แต่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งในตอนนั้น ที่ เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ - ประธานกรรมการบริหาร ของ 'อาร์เอส' เคยเปรยให้ฟังก็คือ การจัดคอนเสิร์ตในยุคนั้น แม้จะมีคนดูมากมาย แต่คนดูส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแฟนคลับที่ยังเป็นวัยเด็ก ทำให้ลำบากที่จะมาชม ไปจนถึงราคาบัตรที่ไม่สูงนัก จึงทำให้ธุรกิจโชว์บิซในยุคนั้นไม่ค่อยเด่นเท่าที่ควร

 

แต่พอมาถึงวันนี้ กลุ่มคนฟังเพลงป๊อปไทยในยุคนั้นได้เติบโตขึ้น ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นเจเนอเรชั่นวาย หรือ 'เจนวาย' ที่อายุระหว่าง 20-30 ปี กลายเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ที่มีกำลังซื้อสูงมากพอที่จะใช้เงินไปกับการดูโชว์ดีๆ

 

แถมความทรงจำสีจางๆ ถูกกระตุ้นให้มีสีเข้มเรื่อยๆ จนกลายเป็นกระแสหวนระลึกความหลัง(Nostalgia) ซึ่งความกระหายที่จะเห็นความทรงจำในอดีตกลับมาอีกครั้งของคนเจนวายฯ มีพลังมากพอที่จะกระตุกให้ 'อาร์เอส' ต้องคิดคอนเท้นต์บางอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้

 

คำตอบที่ว่าคือ 'คอนเสิร์ต' ย้อนระลึกความหลัง...

 

จอนนี่ อันวา และหลุยส์ สก็อต

 

จอนนี่ อันวา และหลุยส์ สก็อต สองศิลปินที่ใช้ชื่อว่า 'แร็พเตอร์' คือตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่จะดึงมาทำคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ปรากฏการณ์ 'แร็พเตอร์ ฟีเวอร์' จึงได้เกิดขึ้นในตอนที่อาร์เอสแถลงข่าวว่า จัดคอนเสิร์ต 'แร็พเตอร์ 2011 เดอะ คอนเสิร์ต'(RAPTOR 2011 The Concert) ในวันที่ 1-2 ตุลาคม 2554 ที่พารากอนฮอลล์ ปรากฏว่า บัตรจำนวน 8,000 ที่นั่งของคอนเสิร์ตทั้ง 2 รอบ หมดลงภายใน 3 ชัวโมง! (รีวิวคอนเสิร์ตครั้งนั้น อ่านได้ในข่าว 'แร็พเตอร์' ไม่มีวันตาย )

 

คอนเสิร์ตครั้งนั้นจบลงด้วยดี แต่คนดูอารมณ์ยังไม่จบ หลายเสียงบอกว่า ยังดู 'แร็พเตอร์' ไม่อิ่ม และอีกหลายคนที่พลาดโอกาสชมในครั้งนั้นเนื่องจากไม่สามารถยื้อแย่งบัตร คอนเสิร์ตต่างรีเควสให้พวกเขากลับมากันอีกรอบ

 

สองหนุ่มแร็พเตอร์จึงกลับมาอีกรอบกับคอนเสิร์ต 'แร็พเตอร์ 2012  อังกอร์ คอนเสิร์ต' (RAPTOR  2012 encore  concert) ที่มาในคอนเซ็ปต์ 'ครั้งที่แล้วกลับมา เพราะคิดถึง แต่ครั้งนี้กลับมาเพราะ ยังสนุกไม่พอ' โดยรอบนี้ ทีมจัดขยายสเกลคอนเสิร์ตใหญ่ขึ้น ย้ายวิกไปเล่นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2555โดยในขั้นต้นตั้งใจว่าจะจัดเพียงรอบเดียว แต่ในวันขายบัตรวันแรก เพียง 30 นาที บัตรจำนวนประมาณ 1 หมื่นที่นั่ง ก็ถูกขายเกลี้ยงกระจาดจนหมด จนต้องเปิดเพิ่มอีกรอบหนึ่งในวันเดียวกัน

 

นี่คือพลังของแฟนเพลงที่ต้องชูนิ้วโป้งให้ด้วยความนับถือ...

 

(รายละเอียดข่าว อ่านได้ใน โอ้ว!มาย'แร็พเตอร์'แรงส์ 'RAPTOR 2012 encore concert' ครึ่งชม. บัตรหมื่นที่ ขายหมดเกลี้ยง!! และอีกข่าวหนึ่งก็คือ จากแร็พเตอร์ ถึงกาก้า ยุคยาคูลท์ขึ้นราคา ทำไมบัตรคอนเสิร์ตแพงสุดขายหมดก่อนเพื่อน? )

 

ดราม่ามานานพอแล้ว เข้าสู่บรรยากาศคอนเสิร์ตกันดีกว่า...

 

คอนเสิร์ต 'แร็พเตอร์ 2012  อังกอร์ คอนเสิร์ต' เขาจัดขึ้น 2 รอบ คือรอบเวลา 14.00 น. และรอบ 20.00 น. ในวันที่ 21 เมษายน 2555

 

พอดีมีโอกาสได้เข้าชมคอนเสิร์ตในรอบบ่าย เพียงแค่ประมาณบ่ายหนึ่ง ก็เห็นเหล่า 'แฟนบอย' ของ 'แร็พเตอร์' เดินเข้ามาหลบแดดร้อนๆในอิมแพ็ค อารีน่า กันอย่างคึกคัก

 

หน้างานมีของขายมากมาย ทั้งซีดีของศิลปินอาร์เอสยุคเก่ายุคใหม่ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชียร์อย่างแท่งไฟ แต่ที่เตะตาที่สุด คงเป็น หูมิกกี้เมาส์หลากสีที่เขียนว่า 'จอนนี่'  และ 'หลุยส์' ซึ่งชวนให้สงสัยว่า อุปกรณ์เชียร์ศิลปินชิ้นนี้ เชื่อมโยงกับความเป็น 'แร็พเตอร์' อย่างไร วานผู้รู้ช่วยตอบที???

 

เต๋า สมชาย และภรรยา

 

พอเข้าไปในฮอลล์คอนเสิร์ต เสียงคึกคักเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่รอคอยศิลปินขึ้นเวที ด้านล่างเวทีก็มีศิลปินที่เป็นทั้ง ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ของอาร์เอสมาร่วมงานมากมาย อย่างเช่น เต๋า สมชาย ที่มาพร้อมกับภรรยา, ฝ้าย แอมฟายน์ , เนย ซินญอริต้า , พิชญ์ ซีควินท์ , เฟย์ฟางแก้ว , เล้าโลม ฯลฯ ส่วนที่มาเป็นคู่ก็แบล็คแจ็ค กับ สาวแบลล์หวานใจ และ หวิว ณัฐพนธ์ ที่มากับสาวอิง, “นุ่น รมิดา” แฟนสาวของหลุยส์ สก็อต ก็มาให้กำลังใจติดขอบเวที และที่ไม่พลาดงานนี้ไม่ได้เลยก็คือ 'บิ๊กบอส' เฮียฮ้อ สุรชัย และ ซ้อ สุจีรา เชษฐโชติศักดิ์ ก็มาให้เชียร์สองหนุ่มด้วย

 

รอคอยไม่นาน บ่ายสองนิดๆ คอนเสิร์ตก็เริ่มต้นด้วยภาพกราฟิกสวยๆตรงจออันเป็นฉากหลังของเวที เลเซอร์ถูกยิงเกลื่อนทั่วฮอลล์เพื่อเรียกความคึกคัก ก่อนที่จะมีการยิงพลุไปรวมที่หน้าเวที(การเปิดตัวคอนเสิร์ตแบบจุดพลุเช่น นนี้ อาร์เอสเคยทำครั้งหนึ่งตอนคอนเสิร์ตซิลลี่ ฟูลส์ ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เมื่อปี 2551)

 

ฉากเปิดตัวแบบเท่ๆของสองหนุ่ม

 

และแล้ว จอนนี่ อันวา กับ หลุยส์ สก็อต ก็ปรากฏตัวบนเวที พร้อมกับนวดแข้งขาแฟนเพลง ด้วยเพลงที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคย 4 เพลงรวด ได้แก่เพลง “เกรงใจ” ที่ทุกคนพร้อมใจกันเต้น 'ท่าโหนรถเมล์' อันเป็นท่าประจำเพลงนี้โดยพร้อมเพรียง ต่อด้วยเพลง “ไม่แคร์”, “GO GO GO” และปิดเบรกนี้เพื่อให้ผู้ชมไปหาแคลเซียมเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกด้วยเพลงที่ทำให้แฟนเพลงรู้จักกับแร็พเตอร์ นั่นคือเพลง “SUPER HERO”

 

สองพี่น้องตระกูลอันวา จอนนี่ กับอนัน

 

ต่อมา เป็นการเปิดตัวแขกรับเชิญคนแรกของคอนเสิร์ต ด้วยภาพพรีเซนเตชั่นเท่ๆ ของชายหนุ่มที่กำลังวิ่ง กระโดด แบบกีฬา 'ฟรีรันนิ่ง' ซึ่งเฉลยออกมาทีหลังว่า ชายหนุ่มคนนั้นคืออดีตหนุ่มน้อยหน้าทะเล้น “อนัน อันวา” ที่สลัดความเป็นเด็กน้อยออกไป แล้วมากับท่าเต้นที่แสนแข็งแรงในเพลงสนุกของวันวานอย่างเพลง “ดิ๊งด่อง” และ “ตะลึง” ซึ่งพี่ชายสุดที่รักเข้ามาร่วมแจมด้วยในสเต็ปการเต้นคู่กันที่ฉายภาพกราฟิกสวยๆเป็นฉากหลังของเวทีจนเรียกได้ว่า นี่คือโมเม้นต์ที่ดีที่สุดโมเม้นต์หนึ่งของคอนเสิร์ตครั้งนี้

 

ต่อจากนั้น แฟนเพลงได้พักเหนื่อยเพื่อให้สองหนุ่มเข้าโหมดซึ้ง โดยเริ่มต้นจากเพลง “รู้สึกอย่างไร” ที่ได้เหล่านักร้องประสานเสียงมาช่วยเปิดเพลงให้เพลงจังหวะโซลที่ฟังแล้วชวนขนลุก ตามด้วยเพลง “คำเดียว”, “รู้ตัวบ้างไหม” และ “อย่าพูดเลย”

 

ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง

 

ตรงช่วงเพลง 'อย่าพูดเลย' ภาพคลื่อนไหวของ 2 หนุ่มหลังเวที สวยจับใจมาก ก่อนที่จู่ๆจะมีเสียงประสานและภาพของหญิงสาวคนสวยขึ้นมาแทรก ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือ แขกรับเชิญคนที่สอง 'ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง' ที่ยังสวยเหมือนเดิม เธอมากับเพลงคุ้นหูชวนเต้นอย่างเพลง “Z เลย” และ “Sha-la-la” โดยฉากหลังของเวทีโชว์ศิลปะป๊อปอาร์ตแบบจัดเต็ม ส่วนข้างกายสาวสวยก็มีแดนเซอร์หนุ่มหล่อรายล้อมจนชวนให้นึกถึงกลิ่นจางๆของ ละครโทรทัศน์ 'ทองประกายแสด' ของอาร์เอสไปซะงั้น
 
หลังจากนั้น สองหนุ่มกลับมาอีกรอบ หลุยส์ มากับเพลงหล่อๆ อย่าง 'จำฉันได้ไหม' ก่อนที่จอนนี่ จะตามมาด้วยเพลงที่หล่อไม่แพ้กันที่ได้เสียงเป่าฟรุ้ตเก๋ๆประกอบ อย่างเพลง “อยากให้รู้ว่ารักเธอ” แล้วหนุ่มจอนนี่ ก็ออกมาพูดถ้อยคำซึ้งๆกับผู้ชม ทำนองว่า พวกคุณเป็นมากกว่าของขวัญชิ้นใหญ่ เพราะพวกคุณเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา คุณมอบความสุขให้กับเรา เราจึงอยากมอบความสุขให้กับพวกคุณ (ย้อนอดีตความทรงจำของสองหนุ่ม ได้จากบทสัมภาษณ์เต็มๆของแร็พเตอร์ ใน แร็พเตอร์...ความทรงจำข้างหลังท่า 'โหนรถเมล์' )

 

แล้วหนุ่มทั้งสองก็ร่วมกันร้องเพลง 'แรงบันดาลใจ' เพลงดังอีกเพลงของแร็พเตอร์ แล้วสร้างความประทับใจด้วยการเดินมาทางฝั่งคนดูจนสุดถึงท้ายฮอลล์ เขาทั้งสองจึงขึ้นสลิงแล้วลอยขึ้นไปทักทายผู้ชมชั้นบนจนเรียกเสียงกรี๊ดได้ ลั่นฮอลล์

 

เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์

 

สองหนุ่มเข้าไปพักหลังเวที แล้วปรากฏเงาของหนุ่ม ปริศนาหน้าเวที ซึ่งมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางและเก้าอี้แบบสไตล์ไมเคิล แจ็กสัน ตอนโชว์ในเพลง 'บิลลี จีน'(Billie Jean) อันเลื่องชื่อ ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่า บุรุษที่มายืนอยู่บนเวที คือ แขกรับเชิญคนที่สาม “เจมส์  เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” ผู้มีคิงออฟป๊อปอย่างเอ็มเจ เป็นไอดอลประจำใจ (ครั้งหนึ่งเมื่อตอนทริบิวต์ผลงานของไมเคิล แจ็กสัน หลังจากที่เขาเสียชีวิตเมื่อปี 2552 เจมส์เคยขึ้นเวทีตรงหน้าลานปาร์ค พารากอน เพื่อโชว์ในเพลง 'บิลลี จีน' ด้วยท่วงทำนองเช่นนี้)

 

หนุ่มเจมส์ยึดเวทีนี้ชั่วคราว มาพร้อมกับเพลงสนุกๆอย่าง “ข้าวมันไก่” , “ชั๊บ..ชั๊บ..ชั๊บ” และ “ไซเรนเลิฟ”  ก่อนที่ตัดอารมณ์จะเข้าสู่สคริปต์ซึ้งๆ ใจความว่า 'ผมฝันทุกวันว่าจะได้กลับมายืนบนเวทีนี้อีกครั้ง ผมไม่เคยลืมว่าเกิดจากที่ไหน' ก่อนที่จะตบเข้าสู่จังหวะฮาแบบวัดอายุคนฟังว่า 'เราผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมานานถึง 17 ปีแล้วนะ'

 

แล้วเจมส์ก็ครวญเพลงที่ทำให้ทุกคนรู้จักเขาจนถึงวันนี้ อันเป็นเพลงที่ตอกย้ำว่า เขาไม่ลืมที่นี่ที่ทำให้เขาเกิดจริงๆ นั่นคือเพลง 'ไม่อาจเปลี่ยนใจ'

 

เจ้าภาพคอนเสิร์ตและแขกรับเชิญ

 

จากนั้น ทั้งเจ้าภาพและและแขกรับเชิญกลับมาขึ้นเวทีพร้อมกัน พร้อมกับรัวมุกใส่กันแบบไม่ยั้ง ชนิดที่คนฟังขำกันแบบนันสต็อป ก่อนที่จะปิดดีลในช็อตนี้ด้วยเพลงซึ้งๆ ความหมายดีๆ อย่างเพลง 'ปลอบเพื่อน'

 

แล้วเวทีก็กลับคืนมาเป็นของสองหนุ่มแร็พเตอร์อีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวดึงเพลง 'คิดถึงเธอ' มาร้อง โดย ที่แอบมีกิมมิกในการแสดงเล็กน้อย ตรงที่มีคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งปรากฏตัวในงาน ซึ่งหลุยส์บอกว่า คู่บ่าวสาวคู่นี้ ได้ใช้เพลงนี้ในพิธีแต่งงานของพวกเขาทั้งสอง ส่วนผู้ฟังคนอื่นจะเอาเพลงนี้ไปใช้ในงานแต่งงานกันบ้าง ก็ไม่ว่ากัน

 

คู่บ่าวสาวที่ใช้เพลง 'คิดถึงเธอ' ในงานแต่งงาน

 

เข้าสู่จังหวะมันๆอีกครั้ง คราวนี้ทั้งสองคนมาในแบบนักมวยที่แยกออกไปสองฝั่งก่อนจะคลี่คลายออกมาเป็น เพลงที่เรียกร้องให้ผู้ชมออกมาเต้นอย่างเพลง  “LET’S LIVE FOR TO DAY”, “ต้องยกให้” , “อย่าพูดว่าเลิก”, “ลื่นมากเชื่อยาก” และ “ใช่เลย (Oh Yes!)' ซึ่ง ชวนให้ระลึกถึงยุคที่อาร์เอสมีวงแดนซ์สนุกๆอย่างวงไฮแจ็ค และแนวทางเทคโนแดนซ์ที่แร็พเตอร์เคยสำแดงเมื่อในอดีต แล้วความมันเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ด้วยการกลับมาเต้น 'ท่าโหนรถเมล์' อีกครั้งในเพลง 'เกรงใจ'

 

ท่าโหนรถเมล์

 

พอจบเพลงนี้ ภาพหน้าจอตรงเวที บอกกับคนดูว่า 'และเวลาต่อจากนี้ จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป' แล้วปิดถ่ายด้วยเพลง “ซาโยนาระ” ที่มีภาพประกอบหลังเวทีเป็นเบื้องหลังที่แสนเหน็ดเหนื่อยของศิลปินและทีมงาน เพื่อให้ภาพประทับเบื้องหน้าแฟนเพลงออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด

 

 

คอนเสิร์ตนี้จบลงอย่างชื่นมื่น แต่หลายคนคิดอยู่ในใจใช่ไหมล่ะว่า...

 

'คอนเสิร์ตของอาร์เอสรอบต่อไป จะเป็นทีของศิลปินคนไหน?'

 

เพราะข่าวลืออกมาอย่างหนาหูเหลือเกินว่า แฟนเพลงต้องเตรียมเต้นโชว์สะดือไปกับดูโอกวนๆอย่าง 'ลิฟท์-ออย' ในรอบหน้ากันแล้วล่ะ

 

 

เก็บตกภาพบรรยากาศคอนเสิร์ต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :